[ToB] [O] Event 1.3 : Another Side

posted on 11 Sep 2015 12:07 by darkodin in Fiction
 

0.


ปีนี้ไวล์ลีเรียนจบไปแล้ว หมายความว่านับจากนี้ต่อไปอีกห้าปีข้าก็จะต้องยืนหยัดให้ได้ด้วยตัวเอง ต้องเป็นคนที่คอยย้ำเตือนตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกับคนรอบกายเพื่อตัวของข้าเอง



ข้าจะทำได้รึเปล่า..



ไวล์ลีไม่เชื่อว่าข้าจะทำได้


ข้าเองก็ไม่เชื่อใจตัวของตัวเองเช่นกัน เพราะตั้งแต่ข้ามาเรียนที่นี่ ข้าได้พบกับผู้คนมากมาย ได้พบประสบการณ์ที่หลากหลาย มันทำให้ข้าลังเลใจ



บางคนยังไม่ค้นพบเส้นทางที่ตัวเองต้องการจะเดิน....พวกเขายังคลำไปตามทางที่มืดบอด...บางคนก็สร้างทางเส้นนั้นขึ้นมาด้วยตัวเอง ใช้ชีวิตไปวันๆและหาตัวเลือกอย่างเชื่องช้าไปเรื่อยๆ


เพื่อจะได้หาอนาคตที่เหมาะสม เพื่อจะไม่เสียใจ



บางคนก็มีเส้นทางที่ชัดเจนเป็นของตัวเอง...มีทางที่กำหนดด้วยตัวเองไม่จำเป็นต้องให้ใครมาคอยชี้นำ พวกเขาสามารถที่จะเปลี่ยนเส้นทางเดินได้เสมอและมีทางให้เลือกมากมาย ไม่ต้องทำตามคำสั่งของใครนอกจากตนเอง


เป็นอิสระเหมือนกับนกบนฟ้า...นกที่มีปีกที่จะบิน



แต่บางคนนั้นก็ถูกขีดทางเอาไว้ให้ตั้งแต่เล็ก...พวกเขาแค่มาที่นี่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของตัวเองเหมือนกับข้าที่ได้รับอนุญาตให้มีอิสระเพียงเจ็ดปี ก่อนจะเดินกลับเข้าไปอยู่ในกรอบ ไปทำในสิ่งที่ตนเองควรจะทำ สู่เส้นทางที่ตัวเองเลือกไว้..ที่คนรอบตัวขีดไว้ให้


บางครั้งก็ไม่ใช่เส้นทางที่ต้องการไปซะทั้งหมด


บางคนภาคภูมิใจ


บางคนต้องการจะหนี


บางคนไร้ที่ไป


บางคนยอมรับชะตากรรม


แต่ทุกคนล้วนต้องเดินต่อไปข้างหน้าไม่หยุดนิ่ง




ข้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น


เส้นทางของข้าถูกขีดขึ้นมาเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนในวันที่ข้าลืมตาดูโลกในฐานะของราฟาเล่เพชฌฆาตแห่งทริสทอร์ ต่อให้ข้าเปลี่ยนนามสกุลกี่ครั้ง เปลี่ยนอาชีพกี่หนก็ลบความเป็นจริงในข้อนี้ของข้าไม่ได้


เส้นทางของข้าถูกปูด้วยหินสีเทาและแดง เป็นทางที่ข้าน้อมรับไว้ด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ก่อนที่ข้าจะถูกสอนให้รู้จักความเป็นและความตาย ก่อนที่ข้าจะได้รู้ว่าหัวที่หลุดออกมาจากร่างนั้นไม่สามารถต่อกลับเข้าไปได้


ข้ายอมรับมันแล้ว ข้าไม่ควรจะกลับคำ...



แต่เมื่อข้าได้เห็นเส้นทางต่างๆของคนรอบตัว ข้าก็เริ่มจะลังเลเพราะทางของข้านั้นยิ่งทอดยาวก็ยิ่งหนาวเย็น และหินก้อนเล็กๆพวกนี้ก็ช่างบาดเท้าข้าเหลือเกิน มันน่าเศร้าที่ข้าไม่เคยเข้าใจความรู้สึกเจ็บปวดของทางที่เดินมาตั้งแต่เด็ก แต่พอได้มาที่นี่...ข้าถึงได้รู้


ทางของแต่ละคนถูกปูด้วยวัสดุที่แตกต่างกันออกไป พวกมันปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามประสบการณ์ที่คนเหล่านั้นได้รับมา


แต่ทางของข้า...


เอดินเบิร์กทำให้มันสว่างไสว ผู้คนทำให้มันอบอุ่น...ทำให้ข้าหลงระเริงจนลืมตัว กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่มองไปที่สุดปลายทางที่ข้าจำต้องไป สิ่งที่ข้าเคยเห็นชัดเจนมาตลอดกลับดูมืดหม่นลงทันตา



คำสองของท่านพ่อทำให้ทุกอย่างเหน็บหนาวเมื่อหวนนึกถึง...ข้อห้ามที่มากมาย


มันทำให้ข้าถามตัวเองเสมอ เริ่มถามมากขึ้นหลังจากไปผ่านปีต่อปี


ข้าถามตัวเอง...ว่าข้าควรจะกลับไปจริงๆน่ะเหรอ


ควรจะเป็นเพชฌฆาตต่อไปจริงๆน่ะเหรอ


ข้านั้นเหมาะสมกับมันเหรอ...ข้า....ไม่รู้เลย




ตอนที่ข้าอยู่บ้านของ 'อรามิส ไนต์' ตลอดปิดเทอมนั้น พวกเขาสอนอะไรข้าหลายอย่าง และตอนที่ข้าไปบ้านของ 'เฮมุส ซีก' เมื่อปีที่แล้ว มันก็ยิ่งทำให้ข้าได้ค้นพบสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนมากมาย


สิ่งที่ได้พบก็ทำให้ข้ารู้สึกสนุกสนาน..หากมันสามารถเรียกเช่นนั้นได้ ข้าก็รู้สึกสนุกสนานไปกับมัน สนุกจนอยากจะให้เวลานั้นหยุดลง


และที่โรงเรียนแห่งนี้...



ข้าถามตัวเองอีกครั้ง ว่าข้าควรจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังไหม หรือข้าควรจะยอมรับในสิ่งที่เป็นแล้วไปต่อ



แต่ว่า...ข้าคือราฟาเล่


ข้าไม่ได้ถูกสอนให้หนี ไม่ได้ถูกสอนให้เป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเอง


ข้ามีหน้าที่ มีเส้นทางของตัวเองที่ถูกขีดไว้ตั้งแต่ต้น



ทั้งที่ข้ามีความคิด มีความรู้สึก มีความต้องการ มีความปรารถนา


แต่เพราะข้าคือราฟาเล่..



ข้าไม่ได้ถูกสอนให้มีสิ่งเหล่านั้น...ข้าไม่ได้ถูกสอนมาอย่างนั้น หน้าที่ต่างหากที่สำคัญที่สุด



ความรู้สึกและความต้องการส่วนตัว ข้าไม่ได้ถูกสอนให้มี


ชีวิตของข้าไม่ใช่ของของตัวข้า ต่อให้ต้องการมากซักเท่าไหร่ เมื่อถึงเวลาข้าก็ต้องละทิ้งมันไป





เวลามันกำลังเดินไปทุกที แต่ชีวิตไม่ใช่นาฬิกา มันเดินเป็นเส้นตรง ไม่ได้วนกลับมาเหมือนเข็มบนหน้าปัด...ไม่มีทางที่เรื่องทุกอย่างจะวนกลับมาซ้ำสอง ข้าจึงต้องคิดให้ถี่ท้วนในแต่ละก้าวที่ข้าเลือกจะก้าวไป..ระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้


และในขณะที่การเดินของเข็มสั้นและยาวนั้นเกือบจะคล้ายคำว่านิรันดร์ เวลาของข้าก็น้อยลงไปในทุกวัน..ทุกวันเช่นกัน



หากจบปีนี้ไปข้าก็จะเหลือเวลาอีกสี่ปี



กว่าจะถึงตอนนั้น...ข้าจะสามารถมองเห็นเส้นทางใหม่ของข้าเองไหม หรือข้าจะยังคงเลือกจะยืนอยู่บนเส้นทางเดิมที่เป็นของข้ามาโดนตลอด


เส้นทางที่ข้าไม่มีวันหนีมันพ้นไม่ว่าจะยังไงก็ตาม





1.


จากข้าถึงเจ้าสิงโต..



เจ้านั่งตรงนั้น ก้มหน้าอ่านหนังสือเหมือนพยายามจะซ่อนตัวจากโลกภายนอก


เจ้านั่งอยู่ตรงนั้นไม่หันไปมองที่ไหน ทำเหมือนมีสมาธิ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่


ดวงตาของเจ้าจ้องมองหนังสือ..แต่เจ้าอ่านมันอยู่รึเปล่า


เจ้าสิงโตสีดำ...ที่ทำเพียงก้ม